บทนำ
“สตรีบอบบางเช่นเจ้า ไม่ควรท้าทายบุรุษ... โดยเฉพาะคนอัปลักษณ์ ทั้งกินมูมมาม และเอาแต่ใจเช่นข้า”
“เฮอะ ข้านิยมเอาชนะผู้อื่น โดยเฉพาะบุรุษที่ชอบยกหางตนเอง!”
เมื่อนางต่อว่าเขาเป็นสุนัข ดวงตาคมส่งประกายวาบหนึ่งขึ้น แล้วท่อนแขนกำยำก็ขยับรัวๆ รั่วตงอวิ๋นตัวสั่น นางซ่านสยิว และไม่อาจเก็บเสียงคราง ทั้งคำพูดหยาบคายได้อีกต่อไป
“เพ้ย... ทะ ท่านเป็นม้าศึกหรืออย่างไร ถึงได้แรงเยอะเช่นนี้ โอ้...ข้าจะขาดใจตาย เพราะถูกบุรุษบอกรักเช่นนี้ไม่ได้
คนเจ้าเล่ห์ และไร้ยางอายคือท่าน หลอกล่อให้ข้าพูดจาเลื่อนเปื้อนไม่หยุด!”
“ส่งเสียงออกมาอีก ให้คนทั้งหอวสันต์รัญจวนแห่งนี้รู้ว่าเรากำลังบอกรักกัน”
“อี๊... คุณชาย... ทะ ท่านเก่งแต่ทำให้สตรีร้องครวญครางหรอกหรือ”
“ผิดแล้ว ข้ายังมีความสามารถ ทำให้เจ้าขึ้นสวรรค์ติดๆ กันได้ด้วย”
บท 1
“บัดซบ... ความหยาบคายของนางโลมผู้นี้ มันทำให้ข้าอยากหลั่งความสุขออกมาจนหมดตัว” ชายหนุ่มว่าเสียงเหี้ยม และใจก็ปรารถนาอยากครอบครองนาง
เย็นวันนั้น หนังตาหญิงสาวหนักอึ้ง คราแรกตั้งใจดื่มสุราเพียงจอกเดียว แต่คนรักของนาง พี่หาน หรือจิ่งเว่ยหาน บอกด้วยเสียงทุ้มๆ น่าฟังว่า พรุ่งนี้เขาจะต้องเข้าทดสอบวัดความรู้ และใช้เวลาหลายวันที่ห้องสอบสำนักศึกษาเมืองฝาง ดังนั้นนางที่อยู่บ้านเช่าเพียงลำพังอาจต้องว้าเหว่ และการดื่มสังสรรค์ ใช้เวลาร่วมกันอย่างหวานชื่นในเย็นวันนี้ คงเป็นสิ่งสมควรที่สุด ของคู่รัก
รั่วตงอวิ๋นมองคนรักของนาง บุรุษผู้นี้สะโอดสะอง ผิวขาวเหลือง ปากบาง คิ้วหนาแต่คมเหมือนกระบี่ จมูกโด่งสวย ยามที่เขาใช้ปลายจมูกชนแก้ม และถูไถแก้มนาง ทำให้ความอุ่นซ่านในกายสาวลุกโชน
นางพึงใจต่อคนรูปงาม ความคิดนี้อาจตื้นเขิน ทว่าอีกสิ่งที่นางเชื่อใจเขาคือ จิ่งเว่ยหาน เป็นบุรุษที่ยื่นมือช่วยเหลือรั่วตงอวิ๋น ให้หลุดพ้นจากนรกในเรือนหลังใหญ่ ซึ่งไม่เคยมีใครมอบความรักให้สตรีที่แสนอาภัพผู้นี้เลย
“สุราจอกนี้ เรียกว่าเหล้ามงคลได้หรือไม่พี่หาน” นางทอดเสียงหวาน ถามไถ่ ดวงตากลมโตฉ่ำปรือ มองคนรักที่หล่อเหลาเปี่ยมด้วยเสน่ห์ นางกับจิ่งเว่ยหานเดินทางมาจากเมืองเล็กๆ ห่างจากเมืองหลวง (เมืองฝาง) ราวๆ หกร้อยลี้ ขึ้นทั้งเรือ นั่งรถม้า และเดินเท้า พอมาถึงที่นี่ นางก็ใช้เงินเก็บที่มีเช่าบ้านหลังเล็กๆ ทางฝั่งตะวันตก พร้อมตั้งใจเปิดหน้าบ้านขายบะหมี่ไข่ รอวันที่จิ่งเว่ยหาน สอบรับราชการสำเร็จ ยามนั้นนางกับเขาจะได้ใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยาร่วมกัน ความฝันนางดีงามเช่นนี้ และเขาเติมเต็มให้หัวใจดวงน้อยที่เปี่ยมด้วยความรักสมบูรณ์
สตรีที่มีบุรุษพร้อมดูแล และนางจะเป็นหลังบ้านให้เขา เพียงเท่านี้นับว่าประเสริฐแล้ว
“ได้สิ เราก็เหมือนคนๆ เดียวกัน นับแต่เจ้าก้าวเท้าออกจากเรือนหลังนั้น ข้าเห็นแต่ร้อยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะตลอด จำได้ไหม บิดาเกลียดชั่งเจ้า และมารดานั้นด่วนตายจาก ส่วนท่านย่ากับแม่เลี้ยง วันๆ คอยหาแต่เรื่องขายเจ้าให้พ่อค้าในเมืองไป๋กว้าน”
ได้ยินอย่างนั้นหญิงงามก็ถอนหายใจออกมาหลายเฮือกใหญ่ นางคือลูกชังของบิดา เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้นเล่า เพราะมารดานางถูกทหารต่างแคว้นข่มเหง!
เรื่องนั้นคือสิ่งที่น่าอดสู ทว่าอย่างไรนางก็คือลูกของรั่วเหอ ผู้รับราชการด้วยตำแหน่งขุนนางขั้นห้า ทำหน้าที่เก็บอากรและส่งเข้าคลังหลวง
ส่วนมารดาผู้ล่วงลับของรั่วตงอวิ้น ฝ่ายนั้นได้เอาชีวิตของตนเป็นเดิมพัน นางทั้งลุยไฟ และอดอาหารร่วมเดือน หากสุดท้ายทั้งบิดา ท่านย่ากลับไม่เชื่อ กระทั่งวันหนึ่งมารดาของรั่วตงอวิ้นขึ้นเขาเพื่อไปถือศีลกลับต้องเสียชีวิตด้วยการผลัดตกน้ำ เรื่องนี้ฝังใจหญิงสาวเรื่อยมา ซึ่งตอนนั้นนางอายุได้เพียงแปดขวบ
“พี่หานคือ คนที่รักข้ารองจากท่านแม่”
รั่วตงอวิ้นเอ่ยจบ ก็เช็ดน้ำตาตน และได้มือใหญ่ๆ ช่วยเช็ดอีกแรง
ยามนั้นร่างกายนางผะผ่าวร้อน ความรู้สึกยามใกล้ชิดกับจิ่งเว่ยหาน เต็มไปด้วยไฟราคะ หากนางเป็นสตรี ไฉนจะกล้าเอ่ยปากบอกเขา จึงทำได้แค่การส่งสายตาเชิญชวน และแสดงท่าทางที่ไม่น่าเกลียดจนเกินงามเท่านั้น
ริมฝีปากนางเผยออ้า แลบเลียลิ้นเล็กๆ สีชมพูออกมา
หญิงสาวรอเวลาอยู่ประเดี๋ยว หนุ่มรูปงามก็ประกบริมฝีปาก
“อื้อ... พะ พี่หาน... ขะ ข้า... ชอบความรู้สึกนี้”
นางบอกเขา ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง ในเมื่อทั้งคู่หากกล่าวแล้วก็คือ สามีภรรยากัน
“อืม ข้าจูบและดูด ทั้งขบเจ้าได้ดีกว่านี้”
หญิงสาวได้ยินอย่างนั้นพลันขนลุกซู่ และจิ่งเว่ยหาน จูบนาง จูบที่ริมฝีปาก
และดูดพร้อมกับดึงรั้งริมฝีปากล่างลงมาให้นางซาบซ่าน
สองมือของนางทุบไหล่หนา ด้วยตกใจ ระคนสยิวจัด
ทว่าเขาไม่ได้หยุดหากส่งลิ้นเข้าไปในโพรงปาก กวาดเร่งเร้า และหยอกเย้านางอย่างถึงใจ
“อื้อ... อ๊ะ... อี๊... พะ พี่หาน”
ลิ้นเขาทั้งสากและอุ่นจัด แต่ยามนี้สิ่งที่ทำให้นางครางไม่เป็นภาษาคือ การที่เขาปลดสายรัดเอวนางออก มือใหญ่ก็เลื่อนไปวางแปะกลีบงามๆ ในร่มผ้า
รั่วตงอวิ๋นสมองขาวโพลนไปหมด นางรู้ว่าต้องตกเป็นของจิ่งเว่ยหาน และเตรียมใจเตรียมรับศึกครั้งนี้ ทว่านางก็อยากให้ทุกอย่างถูกต้อง เขากับนางสมควรแต่งงาน มีการกราบไหว้ฟ้าดิน รวมถึงหนังสือรับรองจากศาลเมืองฝาง นั่นคือสิ่งที่นางคิดไว้
“ข้าปรารถนาท่าน ตะ แต่... ทุกอย่างต้องไม่ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ” บอกเขาไปอย่างนั้น และการหายใจก็ติดๆ ขัดๆ เนื่องจากนิ้วของเขา แทรกกลีบอวบอูม และถลำลึกลงไปสัมผัส
เกรสหวานฉ่ำของนาง แล้วบีบบี้พอให้นางส่งน้ำใสๆ ออกมาจนชุ่มมือเขา
“พี่หานกำลังทำร้ายข้าหรือไม่”
ความไร้เดียงสาของนาง ทำให้จิ่งเว่ยหานพึงใจยิ่ง สตรีผู้นี้งดงาม อ่อนหวาน และฉ่ำเยิ้มเหลือเกิน สมแล้วที่เขาเลือกนางมาที่นี่ด้วยกัน
บทล่าสุด
#90 บทที่ 90 สตรีมักมาก
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#89 บทที่ 89 สุขสมไม่หยุด
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#88 บทที่ 88 มีนัดหมายอันใด
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#87 บทที่ 87 แววตาพราวระยับ
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#86 บทที่ 86 ขาดเหลือสิ่งใด
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#85 บทที่ 85 แสร้งอ่อนต่อโลก
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#84 บทที่ 84 ความงดงามประจักษ์ต่อสายตา
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#83 บทที่ 83 จะทรมานหรือไม่
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#82 บทที่ 82 รักเร่าร้อน
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025#81 บทที่ 81 มีบุรุษมาเกี้ยว
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2025
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













